coverImage
22 มีนาคม 2026
0

เลิกทนเจ็บกับแผลแห้งตกสะเก็ด! รู้จัก ‘BluGel’ เจลทำแผลสีฟ้าอัจฉริยะ นวัตกรรมคนไทยที่เปลี่ยนแผลให้หายไวขึ้น

favorite

เลิกทนเจ็บกับแผลแห้งตกสะเก็ด! รู้จัก ‘BluGel’ เจลทำแผลสีฟ้าอัจฉริยะ นวัตกรรมคนไทยที่เปลี่ยนแผลให้หายไวขึ้น

คุณเคยมีประสบการณ์ทำแผลแล้วเอาผ้าก๊อซปิดไว้ พอถึงเวลาต้องแกะออก ผ้าก๊อซดันติดหนึบกับแผลจนต้องดึงลอกออกด้วยความเจ็บปวดไหมคะ? หรือตอนเด็กๆ ที่เรามักถูกสอนว่า "ถ้าเป็นแผล ต้องเปิดปากแผลให้โดนลม แผลจะได้แห้งและตกสะเก็ดไวๆ"

รู้หรือไม่คะว่า ในมุมมองของการแพทย์ยุคใหม่ ความเชื่อที่ให้ "แผลแห้งและตกสะเก็ด" เป็นวิธีที่ทำให้แผลหายช้าลง แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นอีกด้วย! วงการแพทย์ปัจจุบันจึงหันมาใช้หลักการที่เรียกว่า Moist Wound Healing หรือ การรักษาแผลแบบชุ่มชื้น ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันชัดเจนว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นพอเหมาะ จะช่วยให้เซลล์ผิวหนังฟื้นฟูและสมานแผลได้ไวกว่าแบบแห้งถึง 3-5 เท่า

และนี่คือจุดที่นวัตกรรมสุดเจ๋งฝีมือคนไทยอย่าง 'BluGel' (บลูเจล) เข้ามาเปลี่ยนวงการทำแผลให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

BluGel ไม่ใช่แค่เจลทาแผล แต่คือ "Smart Gel" ที่คิดมาเพื่อคนไข้

บลูเจล คือไฮโดรเจลปราศจากเชื้อที่มีเนื้อเจลสีฟ้าใส มองแวบแรกอาจจะดูเหมือนเจลทาผิวทั่วไป แต่ความจริงแล้ว สีฟ้าที่เห็นนั้นมาจาก "โลหะเงินนาโนสีฟ้า (Blue Nano Silver)" ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยระดับท็อปจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความเจ๋งของบลูเจลที่ทำให้มันถูกยกย่องว่าเป็น Smart Wound Dressing หรือ วัสดุปิดแผลอัจฉริยะ มีอยู่ 3 ข้อหลักๆ คือ:

1. เจลเปลี่ยนสีได้... เตือนให้รู้ว่าควรทำแผลตอนไหน ปัญหาหนึ่งของคนมีแผลคือ "ไม่รู้ว่าควรเปลี่ยนที่ปิดแผลเมื่อไหร่" บางคนเปลี่ยนบ่อยเกินไปจนไปรบกวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ บางคนปล่อยไว้นานเกินไปจนหมักหมม บลูเจลแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้สีฟ้าของโลหะเงินนาโนเป็น "ตัวบอกเวลา" เมื่อเราทาเจลลงไป โลหะเงินจะค่อยๆ ปล่อยสารออกมายับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เมื่อตัวยาออกฤทธิ์จนหมด... สีฟ้าของเจลจะค่อยๆ จางลง นั่นคือสัญญาณที่บอกเราว่า "ถึงเวลาล้างแผลและทาเจลใหม่แล้วนะ" (ซึ่งโดยปกติจะอยู่ได้นานถึง 1-3 วัน) ทำให้เราไม่ต้องเจ็บตัวล้างแผลทุกวันแบบสมัยก่อน

2. เคลียร์เนื้อตายอย่างอ่อนโยน (ไม่ต้องทนเจ็บจากการขูดแผล) สำหรับแผลที่หายยากๆ อย่างแผลเบาหวาน แผลกดทับ หรือแผลที่มีหนองและเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว (สีดำๆ เหลืองๆ) ปกติพยาบาลอาจจะต้องใช้วิธีตัดหรือขูดออก ซึ่งเจ็บมาก! แต่บลูเจลมีส่วนผสมของ คาร์โบเมอร์ และ นาโนเซลลูโลสชีวภาพ ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เมื่อทาลงไป เจลจะไปช่วยให้ร่างกาย "ย่อยสลายและขับเนื้อตายออกมาเองตามธรรมชาติ" พร้อมกับดูดซับน้ำเหลือง โดยไม่ไปทำร้ายเนื้อเยื่อดีๆ ที่กำลังเกิดใหม่

3. ล้างออกง่าย ลอกไม่ติดแผล เนื้อเจลของบลูเจลถูกออกแบบมาให้เกาะติดแผลได้ดี ไม่ไหลเยิ้มเลอะเทอะ แต่ในขณะเดียวกัน ตอนที่เราต้องล้างแผล แค่ใช้น้ำเกลือฉีดล้างเบาๆ เจลก็หลุดออกอย่างง่ายดาย ไม่ไปดึงรั้งแผลสดให้ต้องสะดุ้งเจ็บเหมือนการใช้ผ้าก๊อซแบบเดิมๆ


นวัตกรรมคนไทย ที่สู้กับแบรนด์นอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

เบื้องหลังผลิตภัณฑ์สุดสมาร์ทนี้ มาจากความตั้งใจของ บริษัท วีแคร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด นำโดยคุณจักรชลัช อาภาสุทธิรัตน์ ที่ต้องการดึงเอางานวิจัยดีๆ ของคนไทยบนหิ้ง มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและแข่งขันกับแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศได้

บลูเจลถูกต่อยอดมาจากผลิตภัณฑ์รุ่นพี่อย่าง BluRibbon ที่เคยไปคว้ารางวัลระดับประเทศอย่างรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติด้านสังคม (ปี 2012) และยังไปไกลถึงขั้นคว้าเหรียญทองจากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับโลกที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาแล้ว เป็นเครื่องการันตีว่าคุณภาพของเราไม่แพ้ชาติใดในโลก


ตอบโจทย์แผลแบบไหนบ้าง? และใช้อย่างไร?

บลูเจลเป็นมิตรกับบาดแผลแทบทุกชนิด ตั้งแต่แผลเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงแผลเรื้อรังที่รักษายาก:

  • แผลในบ้านทั่วไป: แผลสด แผลถลอกหกล้ม แผลถูกบาด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (โดนเตารีด ท่อไอเสีย)

  • แผลเรื้อรังรักษายาก: แผลเบาหวาน แผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง แผลหลอดเลือดดำบกพร่อง

วิธีใช้งานก็แสนง่าย ทำเองได้ที่บ้าน:

  1. ใช้น้ำเกลือ (Normal Saline) ล้างทำความสะอาดแผลให้เรียบร้อย

  2. บีบบลูเจลลงบนบาดแผล ให้มีความหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร (กะง่ายๆ คือให้เนื้อเจลคลุมแผลจนมิด และระวังอย่าให้ปลายหลอดสัมผัสโดนแผลโดยตรงเพื่อความสะอาด)

  3. หาผ้าก๊อซหรือแผ่นปิดแผลมาปิดทับไว้อีกหนึ่งชั้น

  4. คอยสังเกตสีของเจล หากสีฟ้าเริ่มจางลง (ประมาณ 1-3 วัน) ก็ถึงเวลาล้างทำความสะอาดแล้วเปลี่ยนเจลใหม่




จากในโรงพยาบาล สู่ไอเทม Must-Have ประจำบ้าน

ทุกวันนี้ หากคุณไปทำแผลในโรงพยาบาลชั้นนำ คุณอาจจะได้ใช้บลูเจลโดยไม่รู้ตัว เพราะมันได้รับความไว้วางใจจากแพทย์และพยาบาลอย่างกว้างขวาง แต่เป้าหมายของแบรนด์ V-Care คือการทำให้คนไทยเข้าถึงการทำแผลที่ดีที่สุดได้ง่ายขึ้น

เราจึงเริ่มขยายการวางจำหน่ายไปตามร้านขายยาชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ว่า "อยากให้ บลูเจล กลายเป็นไอเทมพื้นฐานในทุกบ้าน แบบเดียวกับที่ทุกคนมีแอลกอฮอล์หรือพลาสเตอร์ติดไว้ในตู้ยา"

ถ้าคุณมีเด็กๆ ที่ชอบวิ่งซนจนได้แผล มีผู้สูงอายุที่ผิวบอบบาง หรือแค่อยากเตรียมพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ในครัว การมี BluGel ติดตู้ยาไว้ คือการลงทุนเพื่อความอุ่นใจ ที่ช่วยให้ทุกบาดแผลในบ้านหายไวขึ้น เจ็บน้อยลง และที่สำคัญ... นี่คือการสนับสนุนนวัตกรรมที่เกิดจากมันสมองของคนไทยอย่างแท้จริง

avatar - Editor | allnista.com
Editor
allnista.com
ออลนิสต้า